Turck Banner

RFID เทคโนโลยีช่วยติดตามวัตถุ สินค้าในโรงงาน อุตสาหกรรม

RFID (Radio Frequency Identification) คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณติดตามวัตถุหรือสินค้าภายในโรงงานได้แบบเรียลไทม์ ด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่สามารถส่งข้อมูลได้แม่นยำ รวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยการสแกนด้วยสายตาแบบ Barcode อีกต่อไป

องค์ประกอบหลัก 4 ประการของระบบ RFID

1. อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ (Transceiver) หรืออุปกรณ์อ่าน/เขียน
2. เสาอากาศภายนอก
3. แท็ก
4. อินเทอร์เฟซสำหรับการสื่อสาร

RFID ช่วยแก้ปัญหาอะไรในอุตสาหกรรม

RFID คือคำตอบของทุกปัญหาเหล่านี้ ด้วยการส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุ ทำให้สามารถ “อ่านข้อมูลได้แม้สินค้าอยู่ในกล่อง” และ “ตรวจจับหลายชิ้นพร้อมกันได้ภายในไม่กี่วินาที”

บาร์โค้ด ดาต้าเมทริกซ์ และ RFID

ในโรงงาน ระบบโลจิสติกส์ และคลังสินค้า เครื่องสแกนบาร์โค้ด เครื่องอ่าน RFID และเครื่องอ่านดาต้าเมทริกซ์ ต่างมีข้อดีที่แตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้งาน 

เครื่องสแกนบาร์โค้ดซึ่งมีการใช้งานมายาวนานหลายทศวรรษ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุด เนื่องจากมีต้นทุนต่ำและใช้งานง่าย โดยอาศัยการมองเห็นด้วยแสงในแนวเส้นตรงเพื่ออ่านรหัส 1 หรือ 2 มิติที่พิมพ์ไว้ เหมาะสำหรับการติดตามสินค้าคงคลังและพาเลทขั้นพื้นฐาน ในทางกลับกัน 

เครื่องอ่าน RFID ใช้คลื่นวิทยุในการตรวจจับแท็กโดยไม่จำเป็นต้องมีแนวสายตา ทำให้สามารถอ่านข้อมูลจำนวนมากพร้อมกันและติดตามแบบเรียลไทม์ในระยะที่ไกลกว่า เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีปริมาณงานสูงและระบบสินค้าคงคลังอัตโนมัติ 

ส่วนเครื่องอ่านดาต้าเมทริกซ์เชี่ยวชาญในการถอดรหัสรหัส 2 มิติขนาดกะทัดรัดความหนาแน่นสูง ซึ่งมักใช้ทำเครื่องหมายโดยตรงบนชิ้นส่วน (direct part marking) ให้ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับที่แข็งแกร่งสำหรับชิ้นงานขนาดเล็กหรือทนทาน เช่น ในอุตสาหกรรมการบินและการผลิต

ทำไมต้องเลือกใช้ระบบ RFID แทน Barcode และ Data Matrix

โรงงานส่วนใหญ่ที่ใช้ Barcode และ Data Matrix สำหรับการระบุข้อมูลสินค้า Barcode และ Data Matrix มักมีข้อจำกัด ทั้งการต้องสแกนในระยะใกล้ การเสื่อมสภาพของฉลาก หรือไม่สามารถอ่านได้เมื่อสินค้าอยู่ในภาชนะปิด RFID (Radio Frequency Identification) จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อ RFID บาร์โค้ด ดาต้าเมทริกซ์โค้ด
ต้องใช้แนวสายตา ไม่จำเป็น จำเป็น จำเป็น
ความจุข้อมูล 24-138 ไบต์ 10-20 ไบต์ 2 KB
ความทนทานของแท็ก สูง (มีรุ่นทนอุณหภูมิสูง/IP Rating สูง) ต่ำ (ได้รับผลกระทบจากสิ่งสกปรก/ความเสียหาย) ปานกลาง (ทนต่อรอยขีดข่วน/ความเสียหายได้บ้าง)
การอ่านแบบกลุ่ม ได้ ไม่ได้ ไม่ได้
ความสามารถในการเขียน เขียนซ้ำได้หลายครั้ง เขียนได้ครั้งเดียว เขียนได้ครั้งเดียว
ตัวอย่างการใช้งาน ติดตามพาเลท/สินค้าคงคลัง, คัดแยกอัตโนมัติ, ติดตามทรัพย์สิน, ยืนยันการจัดส่ง ป้ายสินค้า/ชั้นวางแต่ละชิ้น, คัดแยกอัตโนมัติ, ติดตามพาเลท ติดตามทรัพย์สิน, ทำเครื่องหมายโดยตรงบนชิ้นส่วน, คัดแยกอัตโนมัติ
ความปลอดภัย ปลอดภัยสูง (อ่าน-เขียนได้ เข้ารหัสได้) ถูกลอกเลียนแบบได้ง่าย ปานกลาง (ปลอมแปลงยากกว่าบาร์โค้ด)
เทคโนโลยีเครื่องสแกน คลื่นวิทยุ แสง/เลเซอร์ กล้อง/เครื่องอ่าน DPM
ต้นทุนระบบ ต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า ต่ำ ปานกลาง

โครงสร้างระบบ RFID

เราออกแบบระบบให้เหมาะกับทุกขนาดของโรงงาน ตั้งแต่ไลน์การผลิตไปจนถึงคลังสินค้าขนาดใหญ่ โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้
RFID Gate

RFID Gate จาก Turck

ควบคุมการเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านประตู
RFID Gate คือโซลูชันที่ออกแบบมาสำหรับคลังสินค้าและโรงงานผลิต ช่วยตรวจสอบการเข้าออกของสินค้าโดยอัตโนมัติผ่านประตูทางเข้าออก โดยไม่ต้องหยุดหรือสแกนสินค้า

จุดเด่นของ RFID Gate

เชื่อมต่อข้อมูลสู่ระบบใหญ่ได้ครบวงจร

ระบบ RFID ของ Turck รองรับการเชื่อมต่อโดยตรงผ่านโปรโตคอลอุตสาหกรรม เช่น EtherCAT Multiprotocol, OPC UA Server, REST API และ CODESYS V3 ทำให้เชื่อมต่อกับ PLC, ERP, WMS/SCM/MES หรือ Middleware ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาระบบกลางที่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีแพลตฟอร์ม TAS (Turck Automation Suite) ที่ช่วยตั้งค่าและบริหารจัดการอุปกรณ์ RFID ทั้งหมดจากหน้าจอเดียว รองรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์และตั้งค่า IP แบบ batch เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลระบบขนาดใหญ่

เปรียบเทียบ LF, HF และ UHF

หัวข้อ LF – 125 kHz HF – 13.56 MHz UHF – 860-960 MHz
ระยะการสื่อสาร ระดับนิ้ว สูงสุด 20 นิ้ว สูงสุด 10 ฟุต
เทคโนโลยีการสื่อสารระหว่างหัวอ่าน/เขียนกับแท็ก การเชื่อมต่อแบบเหนี่ยวนำ การเชื่อมต่อแบบเหนี่ยวนำ การกระเจิงกลับแบบพาสซีฟ
สนามสำหรับการระบุแท็ก สนามแม่เหล็กสม่ำเสมอ สนามแม่เหล็กสม่ำเสมอ สนามแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ
อิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม ได้รับผลกระทบเล็กน้อย ได้รับผลกระทบปานกลาง ได้รับผลกระทบมาก
แหล่งที่มาของการรบกวน สนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วไปในโรงงาน (เช่น VFD) โลหะในสิ่งแวดล้อม; EMF ทั่วไปในโรงงาน (เช่น VFD) โลหะและของเหลวในสิ่งแวดล้อม
การอ่านแท็กหลายตัว ได้ (จำนวนหนึ่ง) ได้ (หลายตัว) ได้ (มากกว่าร้อยตัว)
ขนาดหน่วยความจำของแท็ก 10 ไบต์ - 2 KB 64 ไบต์ - 8 KB 24-138 ไบต์
มาตรฐาน ISO/IEC 18000-2 ISO 15693 EPC Global Gen 2 – ISO 18000-63

วัสดุอย่างน้ำและโลหะส่งผลต่อประสิทธิภาพของ RFID สัญญาณ LF ทะลุผ่านวัสดุเหล่านี้ได้ดีแต่มีระยะทำงานสั้น ส่วน UHF ให้ระยะไกลและความเร็วสูงกว่า แต่ไวต่อสัญญาณรบกวนจากโลหะและของเหลวมากที่สุด นอกจากนี้ควรพิจารณาปัญหาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน (EMI) จากมอเตอร์ คอนเวเยอร์ และหุ่นยนต์ในโรงงาน ซึ่งอาจต้องมีการชีลด์ป้องกันสัญญาณ

ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา

ปัจจัยสำคัญบางประการในการเลือกเทคโนโลยี RFID ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ระยะการอ่านของแอปพลิเคชัน ความต้องการด้านความเร็ว สภาพแวดล้อม และต้นทุน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน RFID ของ TURCK สำหรับข้อพิจารณาสำคัญอื่นๆ
  • HF: ระยะการอ่าน 1-50 ซม. ตัวอย่างการใช้งาน จุดอ่านบนสายพานลำเลียง การตรวจจับน้ำหนักบรรทุกสำหรับหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติ (AMR) การติดตามถาดบรรจุ การติดตามเครื่องมือ
  • UHF: ระยะการอ่านสูงสุด 10 เมตรขึ้นไป ตัวอย่างการใช้งาน ติดตามทรัพย์สิน ยืนยันการจัดส่ง ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ บริหารสินค้าคงคลัง การประมวลผลแบบล็อต
  • HF: ระยะการอ่านสั้นกว่า เหมาะสำหรับการสแกนระยะใกล้หรืออ่านทีละชิ้น
  • UHF: ระยะไกลและสามารถอ่านแท็กได้หลายตัวต่อวินาที เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีปริมาณงานสูง
  • HF: ทนต่อการรบกวนจากของเหลวได้ดีกว่า การใช้งานใกล้แหล่ง EMI ต้องมีการต่อกราวด์
  • UHF: ให้ระยะการอ่านที่ไกลกว่าแต่ไวต่อการรบกวนสัญญาณจากโลหะและของเหลวมากกว่า กำลังส่งสัญญาณของ UHF สามารถปรับตั้งค่าได้
  • HF: มักมีต้นทุนต่ำกว่าเนื่องจากการติดตั้งที่ง่ายกว่า ระยะการอ่านที่สั้นกว่าทำให้ออกแบบเสาอากาศง่ายและตรวจจับได้แม่นยำ
  • UHF: มักมีต้นทุนสูงกว่า ขึ้นอยู่กับจุดอ่านและจำนวนแท็ก หากจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม เช่น ซอฟต์แวร์/ฮาร์ดแวร์ ก็จะเพิ่มต้นทุน
RFID

บริการครบวงจรจากผู้เชี่ยวชาญด้าน RFID

เรามีทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยคุณตั้งแต่ต้นจนจบโครงการ

เปรียบเทียบระหว่าง Barcode และ RFID

Barcode

RFID

5 Reasons why Track & Trace

  • Shipment Errors
  • Operational Visibility
  • Material Search Time
  • Asset Availability Issues
  • Labor Cost

ลดความผิดพลาดในการจัดส่ง (Shipment Errors) กว่า 30% ของการจัดส่งในอุตสาหกรรมเกิดข้อผิดพลาดจากการตรวจข้อมูลผิดพลาด ระบบ Track & Trace ช่วยให้การบันทึกข้อมูลสินค้าเป็นแบบอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดและเวลาในกระบวนการขนส่งได้มากกว่า 80%

เห็นทุกการเคลื่อนไหวในสายการผลิต (Operational Visibility) RFID ทำให้สามารถมองเห็นตำแหน่งของวัตถุ ชิ้นงาน หรือพาเลทได้ตลอดเวลา ผู้บริหารสามารถตรวจสอบสถานะการผลิตแบบเรียลไทม์ ผ่าน Dashboard กลาง ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นยำกว่าเดิม

ลดเวลาสูญเปล่าในการค้นหาวัสดุ (Material Search Time) ในโรงงานขนาดใหญ่ การค้นหาชิ้นส่วนหรือพาเลทที่หายไปอาจใช้เวลาหลายชั่วโมง Track & Trace ช่วยระบุตำแหน่งวัตถุได้ทันทีผ่าน RFID Tag ลดเวลาการค้นหาวัสดุและช่วยให้การผลิตดำเนินต่อได้โดยไม่สะดุด

ป้องกันการขาดสต็อกและควบคุมทรัพย์สิน (Asset Availability Issues) RFID ช่วยให้คุณรู้ว่าทรัพย์สิน อุปกรณ์ หรือเครื่องมือแต่ละชิ้นอยู่ที่ใด และถูกใช้งานหรือคืนแล้วหรือยัง ลดปัญหาทรัพย์สินสูญหายหรือการใช้ซ้ำโดยไม่บันทึก

ลดต้นทุนแรงงานและเวลาทำงานซ้ำซ้อน (Labor Cost) RFID แทนที่การบันทึกข้อมูลด้วยมือและการสแกนทีละชิ้นแบบเดิม ลดภาระของพนักงานในการตรวจนับสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมและลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว

พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตของคุณสู่ Smart Factory ไหม?

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยออกแบบระบบ RFID ที่เหมาะสมกับหน้างานของคุณ ไม่ว่าจะเป็นสายการผลิต คลังสินค้า หรือศูนย์กระจายสินค้า

ตัวอย่างความสำเร็จจริง: โรงงาน ABB Power Electronics & Automation

โรงงานผลิตเบรกเกอร์และสวิตช์ของ ABB ที่เมือง Vaasa ต้องการเพิ่มผลผลิตอย่างมีนัยสำคัญ จึงนำ RFID มาผสานเข้ากับหุ่นยนต์กว่า 20 ตัวและรถโฟล์คลิฟท์อัตโนมัติทั่วทั้งโรงงาน ตั้งแต่การรับสินค้าเข้า (บันทึกเข้าสู่ระบบ SAP อัตโนมัติทันทีที่รถบรรทุกมาถึง) ไปจนถึงการจัดส่งออก (ตรวจสอบความถูกต้องก่อนโหลดขึ้นรถบรรทุกด้วย RFID)
ผลลัพธ์: เพิ่มผลผลิตของโรงงานได้ถึง 60% พร้อมทั้งลดงานที่ต้องทำด้วยมือ ทำให้พนักงานพึงพอใจมากขึ้นและลดการลาป่วย

RFID กับการใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์

การนำ RFID มาใช้ในการผลิตรถยนต์ช่วยให้เห็นภาพรวมของการใช้วัตถุดิบ สินค้าสำเร็จรูปและตำแหน่งที่ตั้ง และช่วยจัดการการจัดส่งขาเข้า-ขาออก
  • วัตถุดิบ: การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เหมาะสมช่วยให้การจัดส่งแบบ JIT/JOT คุ้มค่าและลดการสต็อกชิ้นส่วนเกินความจำเป็น
  • ระยะทางที่สูญเปล่า: การลดข้อผิดพลาดในการจัดส่งช่วยหลีกเลี่ยงการจัดส่งไป-กลับที่ไม่จำเป็น
  • เวลา: การแทนที่บาร์โค้ดในสายการผลิตช่วยเพิ่มความเร็วในการผลิตเป็นสองเท่า เนื่องจากการระบุตัวตนอัตโนมัติไม่ต้องอาศัยแรงงานคน
  • ของเสียในการผลิต: การติดตามวัตถุดิบตั้งแต่ต้นสายการผลิตและเปรียบเทียบวัตถุดิบที่ใช้กับคุณภาพผลิตภัณฑ์สุดท้าย ช่วยลดของเสียให้น้อยที่สุด

การสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืนสำหรับอนาคต

ในขณะที่บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับวิธีการปรับปรุงความยั่งยืนมากขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยี RFID ได้กลายเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยบรรลุเป้าหมายนั้น TURCK ตระหนักดีว่าการส่งเสริมความยั่งยืนในโลจิสติกส์และการผลิตให้มากขึ้น จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ลดของเสียและการปล่อยมลพิษผ่านการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประโยชน์สำคัญ ได้แก่ ข้อผิดพลาดและการคืนสินค้าที่น้อยลง การใช้การขนส่งและพลังงานอย่างเหมาะสม และการติดตามบรรจุภัณฑ์ขนส่งที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (RTI) ที่ดีขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม TURCK มีโซลูชัน เช่น เครื่องคำนวณการจัดส่งและระบบ RFID สำหรับคลังสินค้า RTI และการจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้บริษัทต่างๆ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนเหล่านี้

1. การควบคุมการบรรทุกสินค้า - ป้องกันข้อผิดพลาดในการจัดส่งและลด CO2

ข้อผิดพลาดในการบรรทุกสินค้านำไปสู่การจัดส่งคืนและการจัดส่งเพิ่มเติม ซึ่งสามารถป้องกันได้ง่ายด้วยการสนับสนุนของ RFID การควบคุมการบรรทุกที่สนับสนุนด้วย RFID รับประกันการจัดการสินค้าที่ถูกต้องและกระบวนการจัดส่งที่โปร่งใส แม้ในช่วงเวลาเร่งด่วน

2. การบริหารจัดการคลังสินค้า

ข้อมูลสินค้าคงคลังที่แม่นยำช่วยให้วางแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับโรงงานผลิตและยานพาหนะขนส่ง การบริหารจัดการคลังสินค้าและสินค้าคงคลังที่สนับสนุนด้วย RFID รับประกันว่าสามารถระบุตำแหน่งสินค้าและระดับสต็อกที่เป็นปัจจุบันได้ตลอดเวลา

3. การบริหารจัดการ RTI

บรรจุภัณฑ์ขนส่งที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (RTI) มีความยั่งยืนมากกว่าบรรจุภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง การบริหารจัดการ RTI ที่สนับสนุนด้วย RFID ช่วยให้การขนส่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น การบริหารจัดการกลุ่ม RTI ที่สนับสนุนด้วย RFID ใช้ความโปร่งใสของสินค้าเพื่ออัตราการคืนที่ดีขึ้นและการจัดหาที่ตรงเวลา

วิดีโอการเชื่อมต่อระบบและ สาธิตการใช้งาน

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ RFID

ระบบ RFID ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก

  1. RFID Tag (Transponder) สำหรับเก็บข้อมูลของชิ้นงานหรือวัตถุ

  2. RFID Reader/Writer สำหรับอ่านและเขียนข้อมูล

  3. RFID Interface / Controller สำหรับเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบควบคุม เช่น PLC หรือ SCADA

ได้ครับ แต่ต้องประเมิณจากหน้างานเพื่อหาจุดติดตั้งที่เหมาะสม ระบบ RFID อุตสาหกรรมจาก Turck ถูกออกแบบให้ทำงานได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีโลหะหรือของเหลว
โดยมีรุ่น In-metal Mountable Tag ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับงานที่ต้องติดตั้งบนวัสดุโลหะ หรือบริเวณที่มีการรบกวนจากสัญญาณสูง 

RFID ของ Turck รองรับทั้ง 3 ย่านความถี่ ได้แก่

  • HF (High Frequency) สำหรับงานในสายการผลิต

  • UHF (Ultra High Frequency) สำหรับงานระยะไกล เช่น คลังสินค้า หรือระบบลำเลียงอัตโนมัติ

ได้ครับ โมดูล RFID จาก Turck รองรับโปรโตคอลอุตสาหกรรมมาตรฐาน เช่น EtherNet/IP, PROFINET, Modbus TCP
สามารถเชื่อมต่อกับ PLC จาก Siemens, Rockwell, Mitsubishi และระบบ SCADA ได้โดยตรง รวมถึงการสื่อสารผ่าน REST API และ CODESYS

ในบางกระบวนการผลิต RFID สามารถแทนที่ Barcode ได้โดยสมบูรณ์
แต่ในบางกรณี ทั้งสองระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ เช่น ใช้ RFID สำหรับติดตามชิ้นงาน และใช้ Barcode สำหรับเอกสารหรือการขนส่ง

Scroll to Top